เดนมาร์ก กับการขาดกองหน้า

    ทีมชาติเดนมาร์กในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาถือว่าทำงานได้ตามเป้าหมาย คือสามารถผ่านรอบแรกไปสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ซึ่งอาจจะด้วยจากอยู่ในกลุ่มที่ไม่ถือว่าแข็งแกร่งมากนัก โดยมีทีมชาติฝรั่งเศสเท่านั้นที่ดูแข็งแกร่งกว่าพวกเขา และอีก 2 ทีมคือทีมชาติออสเตรเลีย และทีมชาติเปรูเป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็คว้าอันดับ 2 ของกลุ่มได้สำเร็จ ด้วยการเก็บชัยชนะเหนือทีมชาติเปรูได้ในนัดแรก และเสมอกับทีมชาติออสเตรเลีย และนัดสุดท้ายก็เสมอกับทีมชาติฝรั่งเศสจนเข้าเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มได้สำเร็จ และรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ไปพ่ายจุดโทษให้ทีมชาติโครเอเชียอย่างน่าเสียดาย

ปัญหาของทีมชาติเดนมาร์กชุดนี้ก็คือเกมรุก ที่พวกเขาขาดกองหน้าตัวจบสกอร์ที่จะฝากความหวังเอาไว้ได้ ซึ่งพวกเขามีคริสเตียน อิริคเซ่น เพลย์เมคเกอร์จากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ที่จะเป็นตัวคอยสร้างสรรค์โอกาสชั้นยอดอยู่แล้ว แต่ดันขาดกองหน้าตัวจบสกอร์ ทำให้ฟุตบอลโลกที่ผ่านมาพวกเขาทำได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น ซึ่งตอนฟุตบอลโลกกุนซืออาเก้ ฮาเรด เลือกใช้นิโคไล ยอร์เก้นเซ่น กองหน้าจากทีมเฟเยนูร์ด ในประเทศฮอลแลนด์เป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งเล่นได้ไม่ดี และไม่สามารถเก็บบอลในแดนหน้าได้เลย ส่วนยูซุป โพลเซ่น กองหน้าร่างสูงจากไลป์ซิก ก็ถูกโยกเป็นตัวรุกริมเส้นฝั่งขวาเป็นหลัก ในระบบ 4-2-3-1 ทำให้เกมรุกของพวกเขาไม่อันตรายเพียงพอในศึกฟุตบอลโลก แต่อาจจะได้ลุ้นในศึกยูโร 2020 ก็ได้เมื่อพวกเขามีแคสเปอร์ ดอลเบิร์ก กองหน้าดาวรุ่งวัย 20 ปีจากอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมเป็นตัวความหวัง

ทีมชาติเดนมาร์กได้ประกาศรายชื่อผู้เล่นที่จะมาทำการเตะอุ่นเครื่องกับทีมชาติสโลวาเกีย และในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกที่จะพบกับทีมชาติเวลส์ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมออกมาแล้วด้วย ซึ่งไม่มีชื่อของนิโคไล ยอร์เกนเซ่น ในรายชื่อชุดนี้ด้วย ซึ่งคงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อหากองหน้ารายใหม่ให้ทันในศึกยูโรในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย โดยกุนซือวัย 64 ปีได้เรียกนักเตะมาเข้าแคมป์เพียง 21 คนเท่านั้น โดยยังมีชื่อของคริสเตียน อิริคเซ่น กองกลางตัวเก่งของทีมตามเดิม โดยแดนหน้าพวกเขาเรียกนักเตะมาเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่มีแคสเปอร์ ดอลเบิร์ก กองหน้าดาวรุ่งอนาคตไกลในทีมชุดนี้ โดยกองหน้า 3 คนมียูซุป โพลเซ่น อันเดรส คอร์เนลิอุส กองหน้าจากอตาลันต้า และมาร์ติน เบรธเวต กองหน้าจากมิดเดิ้ลสโบรท์