ยูเครนในยุค “เชว่า”

    อังเดร เชฟเชนโก้ ถือว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติยูเครนเลยก็ว่าได้ ในสมัยที่เขาเป็นนักเตะที่เล่นในตำแหน่งกองหน้า โดยเขามาโด่งดังสุดๆ ในตอนที่ค้าแข้งอยู่กับเอซี มิลาน อดีตยอดทีมของอิตาลี และประสบความสำเร็จอย่างมากมาย รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในปี 2013 ด้วย โดยเขาก็ได้มาจบอาชีพค้าแข้งกับดินาโม เคียฟ สโมสรในบ้านเกิดที่เป็นทีมที่ปลุกปั้นเขามานั่นเอง โดยเขาทำการแขวนสตั๊ดไปในปี 2012 ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนปีนั้น ทางสมาคมฟุตบอลของยูเครนก็ได้ทาบทามให้เขาเข้ามารับงานเป็นกุนซือทีมชาติยูเครนด้วย แต่ตอนนั้นเขาได้ปฏิเสธโอกาสนี้ไป แต่ในปี 2016 เขาก็ได้รับการทาบทามอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เขาก็ได้ตกลงเข้ามารับงานคุมทีมชาติยูเครนในที่สุด โดยเข้าทำงานในเดือนกรกฏาคมปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากจบศึกยูโร 2016 ที่ยูเครนล้มเหลวในทัวร์นาเม้นต์นั้นนั่นเอง เมื่อต้องตกรอบแรกด้วยการแพ้รวดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งๆ ที่กลุ่มของพวกเขานั้นไม่ได้แข็งมากเลยด้วยซ้ำ เมื่ออยู่กลุ่มเดียวกับทีมชาติโปแลนด์ ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ และทีมชาติเยอรมัน ซึ่งมีโอกาสได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายถึง 3 ทีม แต่ก็ดันแพ้ทั้ง 3 นัด ทำให้เป็นบ๊วยของกลุ่ม และมิเคย์โล โฟเมนโก้ ต้องโดนไล่ออกหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์

การเข้ามาเป็นกุนซือทีมชาติยูเครนของอังเดร เชฟเชนโก้ ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะระดับตำนานของทีมชาติเลยก็ว่าได้ เพราะเขายังคงครองสถิติเป็นนักเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดในนามทีมชาติยูเครนด้วย โดยทำได้ถึง 48 ประตู จากการลงสนามทั้งหมด 111 นัด ทำให้เป็นที่ยอมรับของนักเตะรุ่นน้องเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งงานแรกของกุนซือวัย 41 ปีก็คือการทำทีมชาติยูเครนเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครั้งที่แล้ว ซึ่งพวกเขาทำได้เพียงแค่อันดับที่ 3 ของรอบคัดเลือกเท่านั้น โดยมีคะแนนเป็นรองทีมชาติไอซ์แลนด์ และทีมชาติโครเอเชีย ทำให้อดไปเล่นฟุตบอลโลกที่รัสเซีย แต่ด้านแนวทางการเล่นของทีมชาติยูเครนยุคนี้ถือว่ากำลังมาถูกทางแล้ว เมื่อทีมชาติยูเครนกลายเป็นทีมที่เล่นเกมรุกบุกเข้าใส่คู่แข่งอยู่ตลอด โดยในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ายูเครนครองเกมบุกเข้าใส่คู่แข่งได้ตลอด แต่อาจจะยังต้องปรับความคมในการจบสกอร์ให้ดีกว่านี้ ซึ่งรอบคัดเลือกฟุตบอลยูโร 2020 ในกลางปีหน้า อังเดร เชฟเชนโก้น่าจะพาทีมชาติยูเครนผ่านรอบคัดเลือกไปได้ไม่ยาก