กุนซือคนใหม่ของจังโก้

 ทีมชาติเม็กซิโก ถือว่าเป็นทีมขาประจำของศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายไปแล้ว เพราะตอนนี้เขาเป็นเต้ยแห่งวงการฟุตบอลในโซนคอนคาเคฟ ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้มีทีมชาติสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ท้าชิง แต่ระยะหลังทีมจากเมืองลุงแชมกลับฟอร์มแผ่วลงไป ทำให้ทีม “จังโก้” โดดเด่นนำมาอยู่ทีมเดียวหากพูดถึงทีมจากทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งพวกเขาได้เล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาตลอด 7 ครั้งหลังสุด ซึ่งฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายที่ไม่มีทีมชาติเม็กซิโกเข้าร่วมก็คือฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นที่ประเทศอิตาลี แต่หลังจากนั้นพวกเขามีส่วนร่วมมาโดยตลอด มิหนำซ้ำพวกเขาผ่านรอบแรกมาตลอดด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายทั้ง 7 ครั้งเหมือนกัน ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าเหลือเชื่อทีเดียว

ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียพวกเขามีฮวน คาร์ลอส โอโซริโอ กุนซือชาวโคลอมเบียคุมทีม ซึ่งเขามารับงานต่อจากมิเกล เอร์เรร่า เมื่อปี 2015 โดยเขามีผลงานพาทีมชาติเม็กซิโกเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกคอนเฟเดเรชั่นส์ คัพเมื่อปีที่แล้ว และรอบรองชนะเลิศศึกคอนคาเคฟ โกลด์ คัพ โดยแพ้ให้กับทีมชาติจาไมก้าในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่าผิดหวังทีเดียว เพราะพวกเขาเป็นแชมป์เก่าเมื่อปี 2015 ด้วย อีกทั้งเป้าหมายของทีมชาติเม็กซิโกในรายการนี้คือการเป็นแชมป์เท่านั้น โดยในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาพวกเขาเปิดสนามด้วยผลงานช็อคโลกโดยการเอาชนะทีมชาติเยอรมันที่เป็นแชมป์เก่าไป 1-0 จากเออร์วิ่ง โลซาโน่ ที่จะกลายเป็นตัวหลักในทีมชาติต่อไป และนัดที่สองก็เฉือนเอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ไป 2-1 ทำให้ผ่านรอบแรกมาได้ แต่รอบอาถรรย์ของพวกเขาคือรอบ 16 ทีมสุดท้ายต้องมาเจอกับทีมชาติเบราซิล และสุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ไป 0-2 ทำให้ต้องตกรอบเดิม 7 สมัยซ้อน และล่าสุดทีมชาติเม็กซิโกก็ทำการปลดกุนซือวัย 56 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากคุมทีมมา 3 ปี ซึ่งทางสมาคมฟุตบอลเม็กซิโกตัดสินใจไม่ขยายสัญญาต่อ ซึ่งต้องรอดูว่าเม็กซิโกจะตั้งกุนซือคนไหนมารับงานต่อไป

ในส่วนของนักเตะพวกเขาจะต้องขาดราฟาเอล มาร์เกซ ที่เลิกเล่นไปแล้ว ส่วนตัวหลักรายอื่นๆก็อยู่ในช่วงท้ายของอาชีพค้าแข้ง ทั้งอันเดรส กวาดาร์โด้ กองกลางกัปตันทีมวัย 31 ปี ฮาเวียร์ เอร์นานเดส ชิชาริโต้วัย 30 ปี เฮ็คตอร์ โมเรโน่ กองหลังวัย 30 ปี ทำให้เม็กซิโกต้องเร่งหาดาวรุ่งรายใหม่ขึ้นมาแทนให้ทันในฟุตบอลโลกอีก 4 ปีข้างหน้า และศึกคอนคาเคฟ โกลด์ คัพในปีหน้าด้วย