ยูเครนในยุค “เชว่า”

    อังเดร เชฟเชนโก้ ถือว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติยูเครนเลยก็ว่าได้ ในสมัยที่เขาเป็นนักเตะที่เล่นในตำแหน่งกองหน้า โดยเขามาโด่งดังสุดๆ ในตอนที่ค้าแข้งอยู่กับเอซี มิลาน อดีตยอดทีมของอิตาลี และประสบความสำเร็จอย่างมากมาย รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในปี 2013 ด้วย โดยเขาก็ได้มาจบอาชีพค้าแข้งกับดินาโม เคียฟ สโมสรในบ้านเกิดที่เป็นทีมที่ปลุกปั้นเขามานั่นเอง โดยเขาทำการแขวนสตั๊ดไปในปี 2012 ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนปีนั้น ทางสมาคมฟุตบอลของยูเครนก็ได้ทาบทามให้เขาเข้ามารับงานเป็นกุนซือทีมชาติยูเครนด้วย แต่ตอนนั้นเขาได้ปฏิเสธโอกาสนี้ไป แต่ในปี 2016 เขาก็ได้รับการทาบทามอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เขาก็ได้ตกลงเข้ามารับงานคุมทีมชาติยูเครนในที่สุด โดยเข้าทำงานในเดือนกรกฏาคมปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากจบศึกยูโร 2016 ที่ยูเครนล้มเหลวในทัวร์นาเม้นต์นั้นนั่นเอง เมื่อต้องตกรอบแรกด้วยการแพ้รวดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งๆ ที่กลุ่มของพวกเขานั้นไม่ได้แข็งมากเลยด้วยซ้ำ เมื่ออยู่กลุ่มเดียวกับทีมชาติโปแลนด์ ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ และทีมชาติเยอรมัน ซึ่งมีโอกาสได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายถึง 3 ทีม แต่ก็ดันแพ้ทั้ง 3 นัด ทำให้เป็นบ๊วยของกลุ่ม และมิเคย์โล โฟเมนโก้ ต้องโดนไล่ออกหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์ การเข้ามาเป็นกุนซือทีมชาติยูเครนของอังเดร เชฟเชนโก้…

Read More

ชิลีในช่วงขาลง

            ทีมชาติชิลีที่พึ่งเป็นเต้ยในทวีปอเมริกาใต้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์โกปา อเมริกา ศึกฟุตบอลชิงความเป็นเลิศของทวีอเมริกาใต้ไปได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน ซึ่งเป็นการจัดทัวร์นาเม้นต์แบบต่อเนื่องกัน 2 ปีซ้อนด้วย โดยในปี 2015 เป็นปีที่พวกเขาแข่งขันกันอยู่แล้วตามปกติ แต่ปี 2016 นั้นเป็นปีที่เฉลิมฉลองให้กับการก่อตั้งคอมเมียโบล ซึ่งถือว่าเป็นศึกโกปา อเมริกาครั้งแรกด้วยที่มีเจ้าภาพมาจัดที่อยู่นอกโซน อเมริกาใต้ โดยเป็นการมาเตะกันที่ประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเอง ซึ่งทีมชาติชิลีสามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 2 ครั้งซ้อน ซึ่งทีมชาติชิลีชุดนั้นเป็นชุดที่ก้าวขึ้นมาพร้อมกัน และโด่งดังขึ้นมาพร้อมกัน และนักเตะก็อยู่ในช่วงพีคพร้อมกันด้วย ทั้งอาร์ตูโร่ วิดัล อเล็กซิส ซานเชซ เอดู วาร์กาส และรวมถึงผู้รักษาประตูอย่างเคลาดิโอ บราโว่ด้วย ทำให้พวกเขากลายเป็นเจ้าแห่งทวีปอเมริกาใต้ในช่วงนั้นเลยทีเดียว แต่ต่อมาไม่นาน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเริ่มโรยราลง และที่สำคัญที่สุดคือไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซียได้ โดยเป็นทีมชาติเปรูที่เป็นม้ามืดที่ได้โผล่เข้าไปเล่นแทน นักเตะทีมชาติชิลีหลายคนกำลังอยู่ในช่วงปลายของอาชีพค้าแข้งแล้ว ทำให้กุนซือไรนัลโด้ รูเอด้า กุนซือคนใหม่ได้ทำการเริ่มเรียกนักเตะหน้าใหม่ๆ เข้ามาติดทีมชาติในชุดที่พวกเขาจะทำการอุ่นเครื่องกับทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติเกาหลีใต้บ้างแล้วในช่วงต้นเดือนกันยายน โดยคราวนี้ไม่มีชื่อของอเล็กซิส ซานเชซ ตัวรุกคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วย ซึ่งยังไม่ทราบสาหตุที่ไม่เรียกติดทีมชาติครั้งนี้แต่อย่างใด และก็ไม่มีเคลาดิโอ บราโว่ ผู้รักษาประตูจากแมนเชสเตอร์…

Read More

เกาหลีใต้ในอนาคต

    ทีมชาติเกาหลีใต้ ที่เป็นชาติมหาอำนาจลูกหนังในทวีปเอเชียอยู่พักหนึ่ง แต่หลังจากที่พวกเขาหมดยุคของพัค จีซอง กองกลางไดนาโมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อเกือบ 5 ปีก่อน ทำให้ดูเหมือนว่าทีมชาติเกาหลีใต้จะเริ่มตกเป็นรองทีมชาติญี่ปุ่นขึ้นทุกที ถึงแม้ว่าช่วงนี้พวกเขาจะมีซน ฮองมิน กองหน้าจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ด้วยก็ตาม แต่โดยรวมแล้วนักเตะทีมชาติของพวกเขายังมาตรฐานสู้ทีมชาติญี่ปุ่นหรือทีมชาติออสเตรเลียไม่ได้เหมือนเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ซึ่งตอนนี้พวกเขามีแค่ซน ฮองมิน กับกี ซองยองเท่านั้นที่เป็นเสาหลักให้กับทีม และบรรดาเด็กดาวรุ่งก็ยังสร้างขึ้นมาไม่ทันในยุคนี้ด้วย ทำให้การคัดเลือกไปเตะฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาต้าร์จะเป็นเจ้าภาพในอีก 4 ปีข้างหน้า น่าจะเป็นเรื่องยากของพวกเขาเลยทีเดียว หากยังไม่มีดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในเร็ววันนี้ 23 ผู้เล่นของทีมชาติเกาหลีใต้ในการลุยศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา มีนักเตะหลายคนที่อยู่ในช่วงอายุ 28-30 ปีแล้ว ทำให้ใน 4 ปีข้างหน้านักเตะเหล่านั้นจะมีอายุเกิน 30 กันหมด และจะอยู่ในช่วงอายุ 30 ปีพอดีในช่วงที่ทำการเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียกัน ซึ่งช่วงอายุ 30 ปีถือว่าเป็นช่วงนักเตะส่วนใหญ่อยู่ในช่วงขาลงแล้ว ทำให้อาจจะมีปัญหาในด้านของสภาพร่างกายด้วย ซึ่งทางที่ดีเกาหลีใต้จะต้องมีดาวรุ่งก้าวขึ้นมาเสริมทีมชุดนี้ด้วย โดยตอนนี้พวกเขามีอี ซึงอู ตัวรุกดาวรุ่งร่างเล็กวัย 20 ปีที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นในชุดเอเชี่ยน เกมส์ที่ประเทศอินโดนีเซียร่วมกับซน…

Read More

เดนมาร์ก กับการขาดกองหน้า

    ทีมชาติเดนมาร์กในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาถือว่าทำงานได้ตามเป้าหมาย คือสามารถผ่านรอบแรกไปสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ซึ่งอาจจะด้วยจากอยู่ในกลุ่มที่ไม่ถือว่าแข็งแกร่งมากนัก โดยมีทีมชาติฝรั่งเศสเท่านั้นที่ดูแข็งแกร่งกว่าพวกเขา และอีก 2 ทีมคือทีมชาติออสเตรเลีย และทีมชาติเปรูเป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็คว้าอันดับ 2 ของกลุ่มได้สำเร็จ ด้วยการเก็บชัยชนะเหนือทีมชาติเปรูได้ในนัดแรก และเสมอกับทีมชาติออสเตรเลีย และนัดสุดท้ายก็เสมอกับทีมชาติฝรั่งเศสจนเข้าเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มได้สำเร็จ และรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ไปพ่ายจุดโทษให้ทีมชาติโครเอเชียอย่างน่าเสียดาย ปัญหาของทีมชาติเดนมาร์กชุดนี้ก็คือเกมรุก ที่พวกเขาขาดกองหน้าตัวจบสกอร์ที่จะฝากความหวังเอาไว้ได้ ซึ่งพวกเขามีคริสเตียน อิริคเซ่น เพลย์เมคเกอร์จากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ที่จะเป็นตัวคอยสร้างสรรค์โอกาสชั้นยอดอยู่แล้ว แต่ดันขาดกองหน้าตัวจบสกอร์ ทำให้ฟุตบอลโลกที่ผ่านมาพวกเขาทำได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น ซึ่งตอนฟุตบอลโลกกุนซืออาเก้ ฮาเรด เลือกใช้นิโคไล ยอร์เก้นเซ่น กองหน้าจากทีมเฟเยนูร์ด ในประเทศฮอลแลนด์เป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งเล่นได้ไม่ดี และไม่สามารถเก็บบอลในแดนหน้าได้เลย ส่วนยูซุป โพลเซ่น กองหน้าร่างสูงจากไลป์ซิก ก็ถูกโยกเป็นตัวรุกริมเส้นฝั่งขวาเป็นหลัก ในระบบ 4-2-3-1 ทำให้เกมรุกของพวกเขาไม่อันตรายเพียงพอในศึกฟุตบอลโลก แต่อาจจะได้ลุ้นในศึกยูโร 2020 ก็ได้เมื่อพวกเขามีแคสเปอร์ ดอลเบิร์ก กองหน้าดาวรุ่งวัย 20 ปีจากอาแจ๊กซ์…

Read More

ไอซ์แลนด์กับกุนซือใหม่

  หลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา บรรดาทีมชาติต่างๆ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือไปหลายชาติทีเดียว ซึ่งไอซ์แลนด์ที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อไฮเมียร์ ฮัลล์กริมสันน์ กุนซือผู้สร้างทีมชาติไอซ์แลนด์ชุดนี้ร่วมกับลาร์ส ลาเกอร์บัค กุนซือคู่ชาวสวีเดนมาตั้งแต่ปี 2013 ประกาศอำลาตำแหน่งกุนซือทีมชาติหลังจากที่จบศึกฟุตบอลโลกได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ทำให้สมาคมฟุตบอลไอซ์แลนด์ต้องหากุนซือคนใหม่เข้าทำหน้าที่แทนโดยด่วน เนื่องจากกำลังจะมีศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้แล้วด้วย ซึ่งล่าสุดไอซ์แลนด์ก็ได้ประกาศแต่งตั้งเอริค ฮัมเรน อดีตกุนซือทีมชาติสวีเดนเข้ามาทำหน้าที่แทน ซึ่งคาดว่าจะเซ็นสัญญากันแค่ประมาณ 2 ปีก่อนไปจนหลังจบศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในอีก 2 ปีข้างหน้า และหากผลงานน่าพอใจค่อยมีการต่อสัญญากันในภายหลัง โดยก่อนหน้านี้กุนซือชาวสวีดิชวัย 61 ปีเคยคุมทีมอัลบอร์ก และโรเซนบอร์ก ซึ่งเป็น 2 ทีมดังในลีกเดนมาร์ก และนอร์เวย์ ก่อนที่จะมารับงานคุมทีมชาติสวีเดนเมื่อปี 2009 ซึ่งเขาก็พาทีมชาติสวีเดนทำผลงานได้ไม่ดีนักในการคัดเลือกฟุตบอลโลกทั้ง 2 ครั้ง คือในปี 2010 และ 2014 ซึ่งทีมชาติสวีเดนไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายได้ทั้ง 2 ครั้ง แต่กลับศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปนั้นเขาพาสวีเดนผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ทั้งในปี 2012 และ 2016 ที่ฝรั่งเศส แต่ว่าก็ตกรอบแรกทั้ง 2 ครั้ง…

Read More

แคเมรูนกับกุนซือใหม่

            ทีมชาติแคเมรูน ถือว่าเป็นทีมชาติที่พึ่งประสบความสำเร็จความสำเร็จในการเป็นแชมป์แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ หรือศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ มาหมาดๆ ในครั้งล่าสุดปี 2017 ที่ปรระเทศกาบองเป็นเจ้าภาพ ด้วยการเอาชนะทีมชาติอิยิปต์ในนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ทำให้คว้าแชมป์สมัยที่ 5 ของพวกเขาได้สำเร็จ โดยการคุมทีมของฮูโก้ บรูส กุนซือชาวเบลเยี่ยม ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมชาติแคเมรูนถือว่าเคยประสบความสำเร็จมากที่สุดในชาติที่มาจากทวีปแอฟริกาที่สามารถผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นทีมแรก ในยุคที่มีโรเจอร์ มิล่า หัวหอกตัวเก๋าเป็นกองหน้าในสมัยฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลี ก่อนที่ทีมชาติกาน่าจะมาทได้บ้างในปี 2010 แต่หลังจากที่แคเมรูนได้แชมป์แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ มาแล้ว พวกเขาก็ได้โอกาสไปเล่นในศึกคอนเฟเดเรชั่นส์ คัพเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่ก็ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ โดยเก็บได้เพียงคะแนนเดียวเท่านั้นจาก 3 นัด และทำให้ฮูโก้ บรูสออกจากตำแหน่ง และก็ไปแต่งตั้งริโกแบร์ ซง อดีตตำนานนักเตะของแคเมรูนมาเป็นกุนซือแทน ซึ่งช่วงปลายปีที่แล้วมีทัวร์นาเม้นต์ที่ชื่อว่าแอฟริกัน เนชั่นส์ แชมเปี้ยนชิป ซึ่งจะเอานักเตะที่ค้าแข้งกันภายในของแต่ละประเทศมาแข่งขันกัน ซึ่งแคเมรูนของริโกแบร์ ซง กลับต้องเป็นบ๊วยของกลุ่ม และตกรอบแรก ทำให้หลังจากนั้นมาเขาก็โดนปลดจากตำแหน่งในที่สุด…

Read More

บอสเนีย

            บอสเนีย และ เฮอร์เซโกวิน่า ถือว่าเป็นประเทศที่แยกมาได้ไม่นาน และพึ่งก่อตั้งสมาคมฟุตบอลเมื่อปี 2002 เท่านั้น แต่พวกเขาใช้เวลาไม่นานก็สามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปี 2014 ถึงแม้ว่าจะต้องตกรอบแรกก็ตาม แต่ก็ถือว่าพวกเขาประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว แต่หลังจากนั้นมาพวกเขาก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของฟุตบอลรายการใหญ่ได้อีกเลย ทั้งศึกยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส และล่าสุดกับฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งทั้งที่จริงผู้เล่นของทีมชาติบอสเนียชุดนี้ถือว่าแข็งแกร่งมากที่เดียว โดยตอนนี้พวกเขามีกุนซืออย่างโรเบิร์ต โปรซิเนสกี้ กุนซือชาวโครแอตที่พึ่งเข้ามารับงานคุมทีมเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยบอสเนียหวังจะให้กุนซือวัย 49 ปีพากลับไปเล่นฟุตบอลรายการใหญ่ให้ได้อีกครั้ง โดยทัวร์นาเม้นต์แรกคือการพาทีมชาติบอสเนียผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2020 ให้ได้ เนื่องจากบอสเนียยังไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายของรายการนี้มาก่อน ทั้งๆ ที่เมื่อยูโรคราวที่แล้วได้เพิ่มทีมในรอบสุดท้ายจาก 16 ทีมเป็น 24 ทีมแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นได้ โดยดันไปแพ้ในรอบเพลย์ออฟให้กับทีมชาติไอร์แลนด์ของมาร์ติน โอนีลที่มายันเสมอที่เมืองเซนิก้า 1-1 และบอสเนียไปแพ้ที่กรุงดับลิน 2-0 ทำให้ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ผลงานของโรเบิร์ต โปรซิเนสกี้ที่เข้ามาคุมทีมได้เพียง 4 นัดถือว่าไม่เลวทีเดียว เมื่อเก็บชัยชนะได้ 2 นัด และเสมออีก 2 นัด ยังไม่แพ้ใคร…

Read More

ออสเตรียกับโอกาสไปยูโร

    ทีมฟุตบอลทีมชาติออสเตรียเคยประสบความสำเร็จในศึกฟุตบอลโลกเมื่อนานมาแล้ว ด้วยการเป็นอันดับ 4 ในศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศเม็กซิโกในปี 1934 และประสบความสำเร็จสูงสุดของชาติด้วยการเป็นอันดับ 3 เมื่อปี 1954 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพ แต่หลังจากนั้นมาทีมชาติออสเตรียก็ไม่เคยประสบความสำเร็จได้แบบนั้นอีกเลย รวมถึงการผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกก็ยังแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ โดยศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่มีทีมชาติออสเตรียเข้าแข่งขันในรอบสุดท้ายด้วย ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้วเลยทีเดียว ส่วนในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโรพวกเขาพึ่งได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายก็เมื่อปี 2008 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพร่วมกับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์นั่นเอง และได้กลับมาเล่นรอบสุดท้ายอีกครั้งก็เมื่อปี 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากทางยูฟ่าได้เพิ่มทีมในรอบสุดท้ายเป็น 24 ทีมนั่นเอง ถึงจะมี่ชื่อออสเตรียอยู่ในรอบสุดท้ายด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ทำได้เพียงตกรอบแรกเท่านั้น ทั้งๆ ที่เอา 3 ทีมผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่พวกเขาก็ดันเป็นบ๊วยของกลุ่มซะอย่างนั้น ในทัวร์นาเม้นต์ยูโร 2020 พวกเขาก็จะมีโอกาสได้เล่นในรอบสุดท้ายอีกครั้ง เพราะทางยูฟ่ายังคงใช้ระบบ 24 ทีมในรอบสุดท้ายเหมือนครั้งที่แล้ว โดยในตอนนี้พวกเขามีฟรานโก้ โฟด้า กุนซือชาวเยอรมันวัย 52 ปีเป็นกุนซือ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยคุมสตวร์ม กร๊าซ และไกเซอร์สเลาเทิร์นมาก่อน ส่วนผู้เล่นทีมชาติออสเตรียในยุคนี้ได้ไปค้าแข้งอยู่ในศึกบุนเดสลีก้าของเยอรมันเสียส่วนใหญ่ และมีนักเตะที่ค้าแข้งในประเทศบ้าง…

Read More

กุนซือคนใหม่ของจังโก้

 ทีมชาติเม็กซิโก ถือว่าเป็นทีมขาประจำของศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายไปแล้ว เพราะตอนนี้เขาเป็นเต้ยแห่งวงการฟุตบอลในโซนคอนคาเคฟ ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้มีทีมชาติสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ท้าชิง แต่ระยะหลังทีมจากเมืองลุงแชมกลับฟอร์มแผ่วลงไป ทำให้ทีม “จังโก้” โดดเด่นนำมาอยู่ทีมเดียวหากพูดถึงทีมจากทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งพวกเขาได้เล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาตลอด 7 ครั้งหลังสุด ซึ่งฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายที่ไม่มีทีมชาติเม็กซิโกเข้าร่วมก็คือฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นที่ประเทศอิตาลี แต่หลังจากนั้นพวกเขามีส่วนร่วมมาโดยตลอด มิหนำซ้ำพวกเขาผ่านรอบแรกมาตลอดด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายทั้ง 7 ครั้งเหมือนกัน ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าเหลือเชื่อทีเดียว ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียพวกเขามีฮวน คาร์ลอส โอโซริโอ กุนซือชาวโคลอมเบียคุมทีม ซึ่งเขามารับงานต่อจากมิเกล เอร์เรร่า เมื่อปี 2015 โดยเขามีผลงานพาทีมชาติเม็กซิโกเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกคอนเฟเดเรชั่นส์ คัพเมื่อปีที่แล้ว และรอบรองชนะเลิศศึกคอนคาเคฟ โกลด์ คัพ โดยแพ้ให้กับทีมชาติจาไมก้าในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่าผิดหวังทีเดียว เพราะพวกเขาเป็นแชมป์เก่าเมื่อปี 2015 ด้วย อีกทั้งเป้าหมายของทีมชาติเม็กซิโกในรายการนี้คือการเป็นแชมป์เท่านั้น โดยในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาพวกเขาเปิดสนามด้วยผลงานช็อคโลกโดยการเอาชนะทีมชาติเยอรมันที่เป็นแชมป์เก่าไป 1-0 จากเออร์วิ่ง โลซาโน่ ที่จะกลายเป็นตัวหลักในทีมชาติต่อไป และนัดที่สองก็เฉือนเอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ไป 2-1 ทำให้ผ่านรอบแรกมาได้ แต่รอบอาถรรย์ของพวกเขาคือรอบ 16 ทีมสุดท้ายต้องมาเจอกับทีมชาติเบราซิล และสุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ไป 0-2 ทำให้ต้องตกรอบเดิม…

Read More

รัสเซียต้องเปลี่ยนแปลง

 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ ทีมเจ้าภาพถือว่าทำผลงานได้เซอร์ไพรซ์เป็นอย่างมาก ด้วยการผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเลยทีเดียว ซึ่งเกือบผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยซ้ำ แต่โชคร้ายแพ้ให้กับทีมชาติโครเอเชียในการดวลจุดโทษเสียก่อน หลังจากที่เสมอกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-2 ซึ่งแมตช์นั้นถือว่าเป็นแมตช์ที่สนุกสูสีกันเป็นอย่างมาก ผลัดกันนำผลัดกันตามคนละครั้ง สุดท้ายก็กินกันไม่ลง และถือว่าเป็นการตกรอบที่น่าประทับใจสำหรับเจ้าภาพรัสเซีย โดยพวกเขาเล่นแบบรัดกุมมาตลอดหลังจากผ่านรอบแรก และรอบ 16 ทีมสุดท้ายพวกเขาสร้างเซอร์ไพรซ์ด้วยการเขี่ยทีมชาติสเปน แชมป์โลกเมื่อปี 2010 ตกรอบจากการดวลจุดโทษ ถึงแม้ว่าจะตั้งรับตลอดทั้งเกมก็ตาม แต่ทางโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ถูกจ้างไปเป็นคอมเมนเตเตอร์ให้กับสถานีโทรทัศน์ที่รัสเซียก็ออกมาชมการวางแผนของกุนซือสตานิสลาฟ เชอร์เชซอฟ กุนซือทีมชาติรัสเซียวัย 54 ปีว่าสามารถวางแผนได้อย่างถูกต้องด้วยการตั้งรับแบบแนวลึก หรือที่เรียกกันว่าแผนรถบัสแบบ 2 ชั้นแล้วค่อยหาโอกาสสวนกลับ ทำให้เชอร์เชซอฟได้รับคำชมค่อนข้างมากในการคุมทีมชาติรัสเซียทำศึกฟุตบอลโลกหนนี้ และด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมนี่ ล่าสุดทางสมาคมฟุตบอลของรัสเซียได้ทำการต่อสัญญากับสตานิสลาฟ เชอร์เชซอฟออกไปอีก 2 ปี และมีออปชั่นในการขยายสัญญาออกไปอีก 2 ปีด้วย ซึ่งหากอยากจะได้การต่อสัญญาเป้าหมายคงต้องพาทีมชาติรัสเซียผ่านเข้ารอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2020 ในอีก 2 ปีข้างหน้าให้ได้ ปัญหาคือนักเตะทีมชาติรัสเซียชุดที่ทำศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมามีอายุกันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในแผงแนวรับที่เซอร์เกย์ อิ๊กนาเซวิช วัย 39 ปีได้ประกาศเลิกเล่นไปแล้วด้วย…

Read More